เนื่องจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานีมีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากการอุปโภคและบริโภคของประชาชนอย่างรวดเร็วตามจำนวนประชากรและนักท่องเที่ยวโดยข้อมูล จากจังหวัดปทุมธานีและนครนายก ในปี 2557 พบว่าขยะมูลฝอยที่เก็บขนได้จากหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานีมีปริมาณเฉลี่ย 300-500 ตัน/วัน ซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับของระบบการกำจัดขยะมูลฝอยของจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานีที่มีอยู่ในปัจจุบันนอกจากนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณขยะมูลฝอยของจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7 ต่อปี หากไม่มีการดำเนินกิจกรรมลดปริมาณขยะมูลฝอย ณ แหล่งกำเนิด ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานีจะมีปริมาณขยะมูลฝอยประมาณ 500- 800 ตัน/วัน และมากถึง 1,000 ตัน/วัน ภายในระยะเวลาอีก 10 ปี และภายในระยะเวลาอีก 20 ปี จะมากถึง 2,000 ตัน/วัน

สำหรับการจัดการกับขยะมูลฝอยที่มีอยู่ในปัจจุบันของจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งประกอบด้วยการนำขนส่งไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลซึ่งได้ดำเนินการฝังกลบจนจะเต็มแล้ว บางส่วนซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั้งจังหวัดในปัจจุบันและอนาคตได้ ดังนั้น การจัดหาระบบการกำจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนของจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี ที่ต้องดำเนินการ เพื่อป้องกันปัญหาวิกฤตขยะมูลฝอยที่กำลังจะเกิดขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อความสะอาดเรียบร้อยของเมือง สุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้ง การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัด ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2557 ทาง บริษัท เกษตรร่วมพัฒนา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมระบบการจัดการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งผลการศึกษาระบุว่า แนวทางการจัดการกำจัดมูลฝอยชุมชนที่เหมาะสมสำหรับจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี เป็นการจัดการแบบผสมผสาน (Integrated Management)

ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของระบบจัดการกำจัดขยะมูลฝอยข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือ ความร่วมมือของประชาชนในการคัดแยกขยะมูลฝอย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอยและมีการคัดแยกขยะมูลฝอยก่อนทิ้ง